เขาโต๊ะหงายเป็นภูเขาลูกโดด ๆ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 600×300 ตารางเมตร
ด้านเหนือจรดพื้นที่ราบส่วนด้านใต้เป็นลักษณะของหัวแหลมผาชันยื่นออกไปในทะเล
ด้านตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอ่าวที่เป็นหาดทรายโค้งเว้าเข้าไปในแผ่นดินและเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
แหล่งมีลักษณะเป็นผาชันติดทะเลทางด้านตะวันตก ด้านใต้ และด้านตะวันออก
มีสะพานเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเลียบไปตามชายฝั่งผาชันด้านตะวันออก
แล้วโค้งไปทางตะวันตกผ่านเขตรอยต่อระหว่างหินปูนสีเทากับหินทรายสีแดง
แม้จะไม่มีหลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์
แต่จากการเปรียบเทียบลำดับชั้นหินนั้นกล่าวได้ว่า
หินปูนสีเทานั้นเป็นหินปูนกลุ่มหินทุ่งสูงยุคออร์โดวิเชียน
ส่วนหินทรายสีแดงนั้นเป็นหินทรายกลุ่มหินตะรุเตายุคแคมเบรียน
โดยระนาบสัมผัสระหว่างกลุ่มหินทั้งสองนั้นเป็นระนาบรอยเลื่อนที่มีการวางตัวเอียงเทไปทางทิศตะวันออก
และจากการที่ชั้นหินทรายสีแดงมีการวางตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วยมุมเอียงเท 22
องศาแล้วค่อยๆเพิ่มการเอียงเทมากขึ้น
ๆ จนอยู่ในแนวตั้งฉากที่บริเวณด้านใต้ของระนาบรอยเลื่อนนั้น
ทำให้กล่าวได้ว่าเป็นรอยเลื่อนปกติ
และหากนักท่องเที่ยวเดินบนสะพานจากด้านหินปูนสีเทาข้ามระนาบรอยเลื่อนไปยังด้านหินทรายสีแดง
ถือได้ว่ากำลังมีอายุมากขึ้นจากยุคออร์โดวิเชียนไปเป็นยุคแคมเบรียนโดยผ่านระนาบรอยเลื่อนที่ถือว่าเป็น
“เขตข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย”
ชั้นหินทรายสีแดงยุคแคมเบรียน
(กลุ่มหินตะรุเตา) เหล่านี้มีหินปูนยุคออร์โดวิเชียน (กลุ่มหินทุ่งสง)
วางตัวปิดทับอยู่ด้านบน
ทำให้เห็นรอยสัมผัสแบบรอยเลื่อนปกติระหว่างกลุ่มหินทั้งสองที่มีอายุแตกต่างกัน
ประกอบกับทัศนียภาพที่เป็นหน้าผาสูงชันและท้องทะเลสุดลูกหูลูกตา
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจึงได้สร้างสะพานเดินเท้ารอบภูเขาด้านติดทะเล
ซึ่งให้ฉายานามว่า “สะพานข้ามกาลเวลา” ด้วยเหตุนี้อุทยานธรณีสตูลร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
และ จังหวัดสตูลได้มีแนวคิดจัดพิธีวิวาห์หมู่ข้ามกาลเวลา
เพื่อสร้างเรื่องราวให้ประชาชนในพื้นที่เกิดการเรียนรู้
และถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับธรณีวิทยาในพื้นที่ แหล่งนี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว
แหล่งเรียนรู้สืบสานประเพณีวิวาห์หมู่ข้ามกาลเวลากันสืบไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น